วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

ไอแพดสร้างภาพเคลื่อนไหว iPad Animation

ไอแพดสร้างภาพเคลื่อนไหว iPad Animation 

 

จริงๆ ว่าจะเขียนเรื่อง iCloud ให้จบก่อน ก็พอดีอาจารย์เบิ้ลย่องมาแจม(ดูหน้าที่แล้ว) เลยต้องต้อนรับด้วย Animation หน่อย. ภาพด้านบนนี้ผมทำจากแอพ....เอ่อ มันเป็นภาษาจีนน่ะครับเอาเป็นว่าไปดูตาม link แล้วกัน ที่สำคัญแอพนี้ ฟรี ครับ 

http://gif.meitu.com/iphone/ 

แอพฯนี้จริงๆเขาทำให้ iPhone แต่ชาว iPad ก็ใช้ได้ไม่ผิดกฎหมาย แม้มันจะเป็นภาษาจีนหมด แต่คาดว่าเราวไทยก็พอเดาได้ว่ามันทำงานอย่างไร ภาพด้านบนนี้ผมใช้ iPad (ที่ไม่ใช้ iPhone เพราะมันไม่มีให้ใช้แล้ว ฮือ ๆ เพราะทำหายตามที่เคยเล่าให้ฟัง). เปิดแอพฯนี้ถ่ายรูปเคลื่อนไหว แล้วส่งไป Dropbox คัดลอก link แล้วนำมาแปะบนเว็บ satnsun ได้อย่างละม่อม. โดยมิต้องง้อคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด แอพฯนี้นอกจากถ่ายรูปมาทำไฟล์ gif แล้วเรายังสามารถนำเข้ารูปการ์ตูนที่เราวาดจาดแอพฯอื่นๆมาทำเป็น animation gif แล้วมาแปะบนเว็บได้อีกด้วย ไว้วันหลังว่างๆจะมาทำให้ชมนะครับ 

อ้อ ในแอพมี รูปแบบให้เลือกหลายแบบ ไม่เฉพาะแต่แบบฟิล์มขาวดำที่นำมาเป็นตัวอย่างด้วย 

ใน iPhone ยังมีของเด็ดอีก เดี๋ยวจะมาแยบให้อาจารย์เบิ้ลชมต่อ 





PhromAke (Ek) Pipopsophonchai 

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

iPad for Travel ไอแพดเพื่อการเที่ยว ตอน ทำมิวสิควีดีโอภาพท่องเที่ยว

iPad for Travel ไอแพดเพื่อการเที่ยว ตอน ทำมิวสิควีดีโอภาพท่องเที่ยว 

นึกไม่ถึงเลยว่าชีวิตจะต้องมาเป็นผู้อพยพ ระเหเร่ร่อน ยังดีที่ผมเป็นประเภทไม่ต้องรอให้น้ำมาถึงหน้าบ้านแล้วค่อยนึกอพยพ เราอพยพไปนอนนอกบ้านเป็นการซ้อมก่อนแต่เนิ่นๆ ขาดตกสิ่งใด ก็ยังย้อนกลับไปเอาได้ เจ้าเพื่อนผมคนหนึ่งอพยพไปอยู่พัทยาอยู่นาน ชักเซ็งเป็ด ก็จะถือโอกาสไปเมืองนอกซะเลย แต่เจ้ากรรมไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้แต่แรก ต้องลุยน้ำถึงเอวเข้าบ้านไปเอาพาสสปอร์ต

ช่วงที่ระเหเร่ร่อนนี้ เทศกาลลอยกระทงปีนี้เขาไม่ให้ลอยหน้าบ้าน ผมเลยไปลอยกระทงที่ ฮ่องกง ซะเลย

หลังจากกลับมาภารกิจที่เป็นธรรมเนียมประจำไปเสียแล้วก็คือ การนำภาพที่ถ่ายตอนเที่ยวมาทำเป็นมิวสิควีดีโอส่ง Link ให้เพื่อนๆในคณะทัวร์ แรงบันดาลใจของเรื่องนี้ก็มาจากคุณ Gallery ทีมาตั้งกระทู้ถามวิธีการนำภาพมาทำสไลด์ประกอบเพลง

http://www.satnsun.com/nuke74/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=90627&highlight=#90627

หลังจากนั้นผมก็ติดใจ เพราะผมเป็นประเภทถ่ายรูปเยอะ ส่งไปทั้งอัลบัมคนเขาคลิกดูไม่กี่รูปก็เบื่อ สู้ทำเป็นมิวสิควีดีโอดูสนุกกว่า ทุกครั้งผมจะทำจากโปรแกรม iMovie และ iPhoto ในคอมพิวเตอร์ Macbook แต่หลังจากที่เพิ่งมี iPad2 ใช้ก็เลยลองโหลดแอพฯ iMovie ซึ่งใช้ได้เฉพาะใน iPad2 เท่านั้น

http://itunes.apple.com/th/app/imovie/id377298193?mt=8

ต้องยอมรับว่าดีกว่าที่คิดไว้ เพราะก่อนใช้ก็แคลงใจอยู่ว่าหัวสมองอันน้อยนิดของเจ้า iPad จะไปทำ Movie ได้ซักแค่ไหน ก็รู้ๆอยู่ว่าไฟล์หนังมันกินความจุสมองเครื่องสูงมาก



ข้อควรระวังสำหรับรูปแนวตั้ง ถ้าปล่อยให้แอพฯมันเคลื่อนรูปเอง ภาพส่วนสำคัญอาจถูกตัดหาย ซึ่งก็สามารถจัดเองได้ง่าย เพียงแค่แตะไปที่รูป ที่หน้าจอรูปแอพฯมันจะถามว่าจะให้ Start ที่ไหน ก็แตะจัดวางจุด Start และเลื่อนลง แตะ End แล้ว Done ภาพที่สไลด์ก็จะเลื่อนครอบคลุมพื้นที่ภาพที่เราต้องการ



ช่วงรอยต่อระหว่างรูปก็แตะตั้งค่าได้ด้วย ว่าจะให้รูปนี้ยาวทอดเวลากว่ารูปอื่นๆก็แตะขยายตามต้องการ

แทรกคลิบเสียงของเราลงไปในเพลงได้ด้วย แต่ยังไม่เคยลองทำ เดี๋ยวไว้เป็นมิวสิคประเภทแกล้งเพื่อนจะลองดู



เสร็จแล้วก็สามารถ upload ขึ้น youtube ,Facebook ได้เลย เลือกได้อัพแบบ ใหญ่ กลาง หรือแบบ HD 



มิวสิควิดีโอนี้ผมลองเลือกอัพแบบไฟล์ใหญ่(ยังไม่ถึงขั้น HD) พบว่า ok เลยเร็วใช้ได้ ไฟล์มิวสิควีดีโอสี่นาทีกว่าใช้เวลาประมาณ 40 นาทีแต่อัพจาก wifi นะ แบบ 3G เมืองไทยนี่ยังไม่ลอง...................ลองตามไปดูข้างล่างนี้ครับ

Music Video ลอยกระทงที่ฮ่องกง ในวันที่ 11 เดือน 11 ปี 11

ในต่างประเทศแอพฯนี้ได้แค่สามดาว ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับแอพฯจากค่ายแอปเปิ้ล ซึ่งผมเดาว่าเขาไปเปรียบกับโปรแกรมในเครื่องคอม Mac ซึ่งมันจะมี Theme ให้เลือกมากกว่า ลูกเล่นเยอะกว่า แต่สำหรับผมหัวสมองน้อยๆของ iPad ทำได้แค่นี้ก็เก่งแล้ว ซึ่งคาดว่าในอนาคตน่าจะมีลูกเล่นเพิ่มเติมอย่างแน่นอน นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น 


วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

iPad Dropbox3 ทำงานร่วมกันแม้จะอยู่ไกลกัน

ทำงานร่วมกันแม้จะอยู่ไกลกัน

“เปี๊ยก” เจ้าน้องชายผมที่ใช้งาน Dropbox มาได้ระยะหนึ่งแล้ว โทรมาว่าจะส่งงานโครงการหนึ่งให้ ผมก็เลยบอกว่าใช้ Dropbox แชร์ไฟล์มาให้สิ วันรุ่งขึ้นผมเมื่อผมเข้ากล่องอีเมลก็ต้องอึ้ง....เจ้าเปี๊ยกมันส่งทั้งยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด Dropbox ของมันมาให้ ไม่ได้การต้องโทรไป

“เปี๊ยก นี่นาย(ที่จริงใช้อีกคำ สรรพนามสมัยพ่อขุนรามฯ)เล่นส่งทั้ง ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ด มาเลยเรอะแล้วถ้าเป็นลูกค้า หรือคนอื่นเขาไม่เห็นข้องมูลส่วนตัวอื่นๆหมดเลยเรอะ”!

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ก็ไม่เห็นเหรอว่าแฟ้มโครงการนี้มีรูปตั้งหลายสิบรูป ไฟล์งานเขียนแบบ
อีกตั้งหลายสิบแผ่น ทั้งไฟล์เอกสารอีก จะให้ส่งแชร์ทีละไฟล์ก็เสียเวลาตาย จะซิปไฟล์ก็ไม่รู้จะจัดกลุ่มยังไงมันเยอะ”
!

“โอ้แม่เจ้า....นี่...คุณใช้งาน Dropbox มาตั้งนาน ไม่รู้เลยเรอะว่าเขาเชิญคนอื่นมาร่วม
โฟล์เดอร์กันได้ทั้งแฟ้มน่ะ ไม่ต้องมาจัดรวมไฟล์อะไรให้มันวุ่นวาย ส่งมาทั้งแฟ้มงานอย่างนั้น เดี๋ยวผม(นี่ก็อีกคำที่ปรับจากคำสมัยพ่อขุนรามฯ) แก้ไข เพิ่มเติม มันก็จะไปอยู่ในเครื่องนายเอง และเดี๋ยวจะเชิญน้องทีมงานเขียนแบบมาร่วมใช้โฟล์เดอร์อีกคน ทีนี้ก็ทำงานร่วมกันสามคน แม้จะอยู่คนละที่ คนละเครื่องคอม แต่ข้อมูลภายในโฟล์เดอร์จะเหมือนกันทั้งสามคน เพราะ Dropbox เขาจัดให้”


การแชร์หรือแบ่งปันการใช้โฟล์เดอร์ร่วมกันนั้น ในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีนั้น สามารถทำได้ผ่านโฟลเดอร์ในเครื่องคอมได้โดยตรงเพียงแค่คลิกขวา จะมีเมนูให้เลือกแชร์ทั้งโฟล์เดอร์ แต่ใน iPadนั้นท่านไม่สามารถทำผ่านแอพฯ Dropbox ได้โดยตรง ต้องเข้าไปในเว็บไซต์ www.dropbox.com แล้วทำการล็อคอินเข้าใช้บัญชีของท่าน จะปรากฎโฟล์เดอร์ในกล่อง Dropbox ของท่านทั้งหมด แตะเลือกโฟล์เดอร์นั้นจะมีแถบให้เลือก invite to folder คือเชิญมาร่วมแฟ้มกันนั่นเอง



เมื่อแตะ invite to folder แล้ว ก็จะมีช่องให้กรอกอีเมลของผู้ที่เราจะเชิญ จะเชิญกี่คนก็ได้ คนเหล่านั้นก็จะใช้ได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่เราชวนเท่านั้น เช่นกรณีนี้ผมจะเชิญใช้แฟ้มร่วมกันสามคน เมื่อคนใดคนหนึ่งทำงานแล้วเซฟไฟล์ ไฟล์ในเครื่องเราก็จะถูกแก้ อัพเดต ไปด้วย แต่ถ้าบังเอิญมีสองเครื่องใช้ไฟล์เดียวกัน ทำงานพร้อมๆกัน (โดยไม่รู้เพราะอยู่คนละบ้าน) Dropbox ก็ฉลาดพอที่จะสร้างไฟล์งานนั้นขึ้นมาสองไฟล์ ไว้สำหรับให้ทั้งสองคนเซฟงานจะได้ไม่ทับซ้อนกัน และสองคนนั้นก็จะรู้ตัวทันทีที่เปิดเข้าโฟล์เดอร์ แลเห็นไฟล์ของอีกฝ่าย

ถ้าเห็นว่าบทความนี้พอมีประโยชน์ และเริ่มสนใจ dropbox ก็รบกวนสมัครตาม link นี้เลยนะครับ

สมัคร Dropbox คลิกที่นี่ 


บทความ Dropbox ตอนอื่นๆ




Dropbox iPad ยาแก้อาการเสพติด flash drive และ ช่วยติดตามการทำงานของทีมงานแบบ realtime





iPad Dropbox2 แอพฯ Dropbox ใน iPad ยินดีต้อนรับทุกไฟล์ 








iPad Dropbox2 แอพฯ Dropbox ใน iPad ยินดีต้อนรับทุกไฟล์

iPad Dropbox2 แอพฯ Dropbox ใน iPad ยินดีต้อนรับทุกไฟล์ 

“แอพฯ” Dropbox ใน iPad เหนือชั้นกว่า “โปรแกรม” Dropbox ในคอมพิวเตอร์? 

แม้แอพฯ Dropbox ใน iPad จะไม่สามารถทำงานแล้วจัดเก็บเข้าตัวแอพฯโดยอัตโนมัติแบบในคอมพิวเตอร์แต่ผมก็พบคุณสมบัติบางอย่างที่ใน iPad ทำได้สะดวก ง่าย และรวดเร็วกว่าในคอมพิวเตอร์เริ่มจาก 

รองรับการเปิดไฟล์ได้สารพัดทั้งจากค่ายไมโครซอฟต์ และค่ายแอปเปิล ซึ่งค่ายนี้เขามีชุดทำงาน ออฟฟิชของเขาเอง ถ้าท่านใช้พีซี เจอไฟล์แอปเปิลเข้าไป ก็จะอึ้งกิมกี่ เพราะโปรแกรม Dropbox ใน 
คอมพิวเตอร์นั้นไฟล์ที่จะเปิดได้เครื่องต้องมีโปรแกรมนั้นๆด้วย แต่ใน Dropbox ใน iPad ไม่อึ้งครับเปิดได้สบายมาก ทั้งไฟล์เสียง,หนังและรูปภาพสารพัดก็บ่ยั่น ถ้าบางไฟล์เกินความสามารถตัวเองก็ไม่หยิ่ง อีโก้สูง ยอมส่งต่อ ไปเปิดในแอพฯอื่นๆที่เขาเปิดได้ 

 

บ่อยครั้งที่ผมได้รับแฟ้มงานแชร์จากทีมงาน ก็อยากจะเปิดดูไฟล์แบบคร่าวๆ เป็นภาพรวมให้รู้ว่า โครงการนี้มีผังอย่างไร(ไฟล์ PDF) โครงการนี้ราคาประเมินในแต่ละหน่วยเท่าไร(ไฟล์งานประเภทสเปรดชีต) คลิกปุ๊บแสดงปั๊บพอให้เห็นเป็นกระษัย จะได้เห็นภาพรวมของงานอย่างกว้างๆเดี๋ยวนั้น ก็เลยหยิบ iPad เปิด Dropbox ขึ้นมาดูทั้งที่คอมพิวเตอร์วางตักก็อยู่ตรงหน้านั่นแหละ 

ทำไมถึงไม่เปิดในคอมพิวเตอร์วางตักล่ะ? 

ก็กว่าจะเปิดคอมฯ พอคลิกจะเปิดไฟล์ก็ต้องไปเปิดโปรแกรมนั้นๆเพื่อจะดูไฟล์ ยิ่งมีหลายไฟล์ก็ต้องมา 
นั่งเปิดแต่ละไฟล์นั้น แม้มันก็ไม่ถึงกับเสียเวลามาก แต่ iPad มันสะดวกกว่า แตะไฟล์ให้มันพรีวิว 
ขึ้นมาดูแล้ว ไม่สะใจยังใช้นิ้วถ่างขยายตัวอักษร หรือตัวเลขให้ดูชัดๆได้อีก อย่างในรูปสองรูปนี้เป็นไฟล์จากโปรแกรมชุดออฟฟิชของแมคจะเห็นว่าอยากจะดูแนวตั้งแนวนอนตามสบาย ถ้าไปเปิดใน 
Macbook น่ะหรือ จะเสียเวลากว่าตัวอักษร ตัวเลขจิ๋วๆ จะซูมทีก็ช้ากว่าใน iPad ซึ่งใช้นิ้วถ่างขยายจุด 

 

 
สองภาพนี้ เป็นการพรีวิวดูอย่างเร็วจากแอพฯ Dropbox ซึ่งสามารถถ่างขยายดูได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง แต่มีจุดด้อยตรงที่ว่าถ้าภาพขนาดใหญ่มาก แอพฯจะพรีวิวให้แบบไม่ละเอียด ซึ่งก็โอเค เพราะเราต้องการดูแบบด่วนๆอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากดูชัดๆ แก้งานด้วยก็ค่อยไปเปิดในแอพฯ Pages ต้นสังกัดของไฟล์นี้ 

ย้ำอีกที ถ้าเห็นว่าบทความนี้พอมีประโยชน์ และเริ่มสนใจ dropbox ก็รบกวนสมัครตาม link นี้เลยนะครับ 

สมัคร Dropbox

บทความที่เกี่ยวกับ Dropbox


iPad Dropbox3 ทำงานร่วมกันแม้จะอยู่ไกลกัน



Dropbox iPad ยาแก้อาการเสพติด flash drive และ ช่วยติดตามการทำงานของทีมงานแบบ realtime

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

iPad iOS 5 & iCloud ตอน ปล่อย ส.ค.ส. 2012 ลอยเก็บไว้บนเมฆ

iPad iOS 5 & iCloud ตอน ปล่อย ส.ค.ส. 2012 ลอยเก็บไว้บนเมฆ 

เรื่องของ iOS 5 & iCloud มาแล้วครับท่านตามคำมั่น

ปี 2012 ปีแห่งความหวาดกลัวว่าจะสิ้นโลกตามคำทำนายนั้น ผมได้วางแนวคิด ส.ค.ส. บริษัทของปีนี้ว่าจะใช้ผลงานเด่นของบริษัทมาทำเป็น ส.ค.ส. โดยทำเป็นภาพเขียนสีน้ำ 1 ชุด มี 12 ภาพเข้ากับเลขปี 12 พอดี

ผลงานเด่น ที่มีสีสันเหมาะแก่การนำมาทำภาพสีน้ำที่สุดคงหนีไม่พ้น Istanbul Zone ที่ห้าง Terminal 21 Shopping Mall ตรงสถานีรถไฟฟ้าอโศก

และแน่นอนภาพเขียนสีน้ำเหล่านี้ทำจาก iPad (วิธีการทำ ขออุบไว้ก่อน ต้องรอตามคิวนะครับ) เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะลองของใหม่ ปล่อยพวก ส.ค.ส. เหล่านี้ลอยไปเก็บไว้บนเมฆซะหน่อย




ต้องเข้าใจลักษณะทางกายภาพของ iPad ก่อนว่ามีความเสี่ยงมากที่จะ ตกหล่น สูญหาย ไม่เหมือนการทำงานนั่งโต๊ะบนคอมพิวเตอร์อยู่กับสถานที่ ดังนั้นไม่ควรเซฟเก็บงานไว้ในเครื่องอย่างเดียว จะต้องสำรองข้อมูลเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์เสมอ ไม่งั้นถ้าเครื่องตกหล่น สูญหายความหายนะก็จะมาเยือน อันนี้มีเพื่อนผมเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว

ก่อนหน้าที่จะมี iOS 5 และ iCloud นั้น การสำรองข้อมูลต้องเสียบสายเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ โอนข้อมูลผ่าน iTunes เสมอ หรือไม่ก็ต้องเก็บสำรองข้อมูลกันตามมีตามเกิด ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน เช่น ส่งข้อมูลขึ้น Dropbox (ดู  http://ekfengshui.blogspot.com/2011/07/dropbox-ipad-flash-drive-realtime.html  Dropbox ยาแก้อาการเสพติดแฟลชไดร์ฟ) บางคนอย่าง คุณกวง (ผู้หญิง,เพื่อนผม) มีวิธีการอีกแบบ

เช้าวันหนึ่งเธอโทรศัพท์มาหาผมด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ช่วยหน่อย เราทำ iPad ตก มุมจอแตกเลย ตอนนี้เครื่องยังเปิดได้ แต่มันวูบไปวูบมาพร้อมเสียทุกเมื่อ งานที่เราทำพรีเซนต์ลูกค้ามาเกือบปีอยู่ใน Keynote หมดเลย”

“เวลานี้ เราก็ได้แต่ ส่งอีเมล ไฟล์งานที่เคยทำไว้ไปที่อีเมลของเรา ทีละไฟล์ ซึ่งมันช้า
และเราก็มีหลายไฟล์ด้วย” กวงพรำ่พูดด้วยความวิตก

“ง่ายนิดเดียว ก็เสียบสาย iPad เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิด iTunes
1.จะปรากฎชื่อเครื่อง iPad ของเรา
2.คลิกที่ Apps
3.แล้วเข้าไปที่แอพฯ Keynote
4.เลือกไฟล์งานทั้งหมด
5.คลิก Save to ไปที่แฟ้มงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ แค่นี้งานทั้งหมดบน iPad ก็อพยพไปที่แฟ้มในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย ง่ายดาย รวดเร็ว” ผมว่า



“โอ้ย ฟังดูแล้ววุ่นวาย iTunes เป็นยังไง ตั้งแต่ซื้อเครื่องมาเราก็แทบไม่เคยได้เสียบซิงค์กับคอมเลย” กวงโวย

เมื่อซักไซ้ไล่เลียงก็พบว่าคุณเธอแกใช้อย่างเดียว ตอนซื้อเครื่องก็มีคนตั้ง Apple ID ให้ โหลดแอพฯก็โหลดจาก iPad

“งั้นเราส่งทีละไฟล์ไปทางอีเมล แบบเดิมดีกว่า” บทสรุปของกวงคือวิธีเดิมเป็นวิถีทางที่เหมาะกับตัวเอง

ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เสี่ยงต่อการสูญหายของ iPad นี้ ทำให้เราจำเป็นที่จะต้องมีคอมพิวเตอร์ ควบคู่ไปกับการใช้งานบน iPad เสมอ เพื่อสำรองข้อมูลงาน รูปภาพ เพลง แอพฯ ฯลฯ บนคอมพิวเตอร์

แต่การมาของ iOS 5 และ iCloud นับเป็นการเปลี่ยนแปลงนิสัยของ iPad ครั้งใหญ่ เป็นการปลดแอค ประกาศอิสรภาพของ iPad จากคอมพิวเตอร์

ก่อนจะเลยไปในรายละเอียดการประกาศอิสรภาพของ iPad ขอวนกลับมาเรื่องการเก็บ ส.ค.ส. ไว้บนเมฆที่เกริ่นเป็นหัวข้อไว้ก่อน



หลังจากมี iCloud แล้ว คุณภาพชีวิตของผู้หญิงอย่างกวงก็ดีขึ้นมาก เพราะไม่ต้องมานั่งกังวลกับไฟล์งานบน Keynote ต่อไป เพราะนอกจาก iPad มันจะเซฟงานลงเครื่องโดยอัตโนมัติอย่างที่เคยแล้ว มันยังจะเซฟงานโดยอัตโนมัติขึ้นไปบนก้อนเมฆ (iCloud) อีกด้วย ทีนี้ต่อให้ กวง (ที่มักจะซุ่มซ่าม) ทำ iPad ตกพังแตกกระจาย แค่ซื้อ iPad เครื่องใหม่ ไอ้คล้าว( iCloud) ก็จะส่งงานเข้าไปที่แอพฯ Keynote ของกวงโดยอัตโนมัติ แม้ระหว่างรอซื้อเครื่อง iPad ใหม่ ต้องใช้งานไฟล์นั้นมาทำงานต่อในคอมพิวเตอร์ กวงก็จะสามารถที่จะไปเบิกงานไฟล์นั้นได้จาก www.icloud.com สามารถเลือกเบิกไฟล์งานออกมาในรูปแบบของ Keynote ,PDF, หรือ PowerPoint มาทำต่อในเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีก็ย่อมได้



การเก็บและเบิกงานแบบอัตโนมัติขณะนี้รองรับเฉพาะแอพฯเอกสารจากค่าย Apple คือ Pages(เทียบได้กับ Ms.Word) , Keynote (PowerPoint) , Numbers (Excel) ส่วนแอพฯอื่นๆเพิ่งเริ่มทยอยรองรับ iCloud บ้างแล้วเช่น แอพฯ SketchBook Pro ที่ผมใช้ในการเขียนตัวอักษรภาพ ส.ค.ส.สีน้ำนี้ จะมีรูปแบบการจัดเก็บบนเมฆ ที่แตกต่างกันออกไป โปรดติดตามตอนต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไอแพดการ์ตูน ตอน 4 iPad Cartoon 4

ไอแพดการ์ตูน ตอน 4 iPad Cartoon 4

หลังจากโดนระเบิดปราณมนูการ์ตูนไป พิเรน ถึงกับยกธงขาวยอมแพ้ ขอสงบศึกด้วยเหตุผลที่ว่า

"กรูไม่มีเวลาว่างมานั่งเขียน วาดเรื่องไร้สาระหรอก ถ้ามรึงว่างนัก ก็วาดไปคนเดียว"

แหมๆ คิดว่ามาปลุกยักษ์หลับ (เหมือนญี่ปุ่นโจมตี pearl harbor ปลุกยักษ์หลับอเมริกา) แล้วจะชิ่งหนีได้ง่ายๆเรอะ ไม่มันส์เลย ยังไงต้องมีต่อ

ก่อนที่จะไปต่อ ขอบอกแอพฯที่ผมใช้ในการวาดการ์ตูนก่อน เดี๋ยวลืม

Sketch Club

http://itunes.apple.com/th/app/sketch-club/id404414176?mt=8

แอพฯนี้เป็นแอพฯเล็กๆ ไม่เด่นดังแบบค่ายใหญ่ๆ แม้ในแอพฯสโตร์จะได้ 5 ดาวเต็ม แต่มีคนมาโหวตแค่ 8 คนเองน้อยมากทั้งที่ออกมานานแล้ว แสดงว่าไม่ดัง และใช้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น



จะเห็นได้ว่าแอพฯนี้มีเลเยอร์ให้ใช้เพียง 5 เลเยอร์เท่านั้น น้อยกว่า ArtStudio ที่ให้ 6 เลเยอร์
และไม่ต้องไปเทียบกับ SketchBook Pro ที่ให้ถึง 12 เลเยอร์(ใน iPad 1 จะได้ 6 เลเยอร์เนื่องจากหัวสมองช้ากว่า iPad2)

แล้วทำไมผมถึงใช้เจ้าแอพฯนี้ล่ะ

ขอบอกปริศนาคำตอบนี้ในตอนหน้านะครับ ตอนนี้ขอเกริ่นเรื่องพื้นๆของการวาดการ์ตูนก่อน

หลายเดือนก่อน ระหว่างที่ไปค้นกองสมุด ผมไปเจอการ์ตูนที่ลูกผมเจ้าเตาผิงวาดไว้ เย็บเล่มเรียบร้อย มีสารบัญเสียด้วย ก็นึกขำ และนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆก็เคยวาดการ์ตูนช่องเก็บไว้เหมือนกัน






เชื่อไหมในส่วนลึกๆของพวกเราทั้งเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิง อยากจะวาดการ์ตูนเป็นช่องๆ หรือการ์ตูนล้อเลียนกันทั้งนั้น
แต่มันยาก ถ้าไม่มีหัวทางศิลป์ หรือเรียนมาด้านนี้ แทนที่จะเป็นการ์ตูนล้อเลียนเพื่อน เป็นได้โดนเพื่อนล้อเลียนกลับ จึงต้องเก็บไว้ในลิ้นชักส่วนลึกของความอยากมานาน

และแล้ว การถือกำเนิดของ iPad ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป ฝีมือบ้านๆอย่างเราได้ชูคอเดินถนนกับเขาซักที


จุดสลบของนักวาดการ์ตูนมือใหม่

การกะขนาดสัดส่วนของใบหน้า

นับเป็นทักษะสำคัญ ปราการด่านแรกที่
ทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เรียน หรือมีหัวทางศิลป์ ถึงกับถอยฉาก การ์ตูนที่วาดออกมาจึงไม่เหมือน แต่การ
วาดการ์ตูนใน iPad ช่วยตัดทักษะการกะขนาดสัดส่วนออกไป เพราะสามารถซ้อนรูปต้นฉบับลงไปได้
ท่านก็เพียงใช้นิ้วลากไปตามโครงหน้าของต้นฉบับจริง


การลงแสงเงา
นับเป็นปราการด่านที่สอง ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องจำเป็นสำหรับ
การ์ตูนเลยเท่าไหร่ ถ้าท่านยังไม่มั่นใจ จะวาดแบบลายเส้นแล้วลงสีพื้นโดยไม่ลงแสงเงาก็ยังทำได้
เมื่อวาดบ่อยจนมั่นใจขึ้นก็ค่อยๆหัดลงแสงเงาเริ่มจากน้อยไปหามาก

อีกเรื่องหนึ่งคือ


การผสมสี

นับว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก ตั้งแต่การเตรียมแม่สี ถึงมีแม้สีครบ
แล้วก็ยังเป็นปัญหาอยู่ดีว่าจะผสมอย่างไรให้เหมือนผิวคน และผิวแต่ละคนก็ให้อารมณ์ที่ต่างกัน ผิว
แบบคนเซอร์ๆ ผิวแบบน่ารักจุ๋มจิ๋ม ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้ประสบการณ์และทักษะพอสมควร แต่การเขียน
การ์ตูนบน iPad แทบจะตัดทักษะและความยุ่งยากขั้นนี้ออกไปเลย เพราะมีหลอดจุ่มสี เพียงแค่แตะ
หลอดไปจุ่มที่ผิวเนื้อของภาพต้นฉบับก็ได้สีผิวของเขาแล้ว ส่วนสว่างก็แตะจุ่มจุดสว่าง ส่วนเข้มก็แตะ
จุ่มจุดเข้ม ถ้าไม่พอใจผิวของตัวเอง จะจุ่มสีผิวของดาราเกาหลีก็ทำได้ง่ายมาก แค่แตะนำเข้าภาพ




จุดที่ iPad ทำให้มือใหม่เหนือกว่า
การออกนอกภาพต้นฉบับ

เช่นภาพคนต้นฉบับผมสั้น แต่ภาพการ์ตูนอยากได้ผมยาว
ภาพต้นฉบับผอมแห้ง แต่ภาพการ์ตูนอยากได้กล้ามใหญ่ อย่าลืมสิครับการวาดการ์ตูนคือการล้อ
เลียน ดังนั้นกรณีแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อย ล้อเลียนแผลงๆ จุดนี้ถือเป็นจุดสลบของมือใหม่อย่างแท้จริง
เพราะต้องใช้ทักษะที่สูงขึ้นไปอีก แต่การเขียนการ์ตูนใน iPad ก็บ่ยั่นอีกเช่นเคย เพราะสามารถนำ
เข้าผมยาวของดารา นำเข้ามัดกล้ามของนายแบบเข้ามาในเลเยอร์อย่างง่ายดาย



หลังจากภาพนี้เผยแพร่ไปใน Facebook เพื่อนๆฮากันขี้แตก เพราะผมวาดการ์ตูนตัวเองใส่ลงไปด้วย หลังจากที่คุณพิเรนเริ่มฉุนเพราะผมจัดหนัก
เอาการ์ตูนหน้าเขาไปล้อเลียนชุดใหญ่(เดี๋ยวจะทยอยเอารูปมาให้ชมในตอนต่อๆไป) พิเรนมันเลยโพสทำนองต่อว่าต่อขาน
"ทำไมไม่วาดล้อเลียนตัวเองบ้างวะ"

ต่อครับ
และมีอีกจุดหนึ่งที่ทำให้นักวาดการ์ตูนใน iPad ทำงานได้รวดเร็ว เหนือกว่าการวาดการ์ตูนแบบโลกเก่าคือ

วาดครั้งเดียวแต่สามารถนำมาใช้ได้หลายครั้ง หลายคน ไม่ต้องเสียเวลาวาดใหม่ เช่นรูป
ข้างบนนี้ วาดทีเดียวได้สามคน แต่สีผิวหน้าไม่ค่อยเข้าเท่าไหร่ ถ้ามีเวลาปรับสีผิวหน้าหน่อยก็ดีครับ