วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

"แต่เราก็หา(รูป)กันจนเจอ" ด้วย Web Albums for iPad

"แต่เราก็หา(รูป)กันจนเจอ" ด้วย Web Albums for iPad 

เกริ่นเป็นชื่อเพลงของสองกบ เพราะจากตอนที่แล้วที่นัดเจอรูปกันกับคุณสมิท ที่ Picasa fdktrip แต่คุณสมิทไม่มาตามนัด ทั้งๆที่คุณสมิทนั่งยันนอนยันว่า up รูปขึ้นไปแน่นอน ผมจึงตั้งข้อสัญนิษฐานว่าคุณสมิทต้อง up รูปขึ้นใน account ของตัวเองแทนที่จะ up รูปชึ้น Account fdktrip ตามที่ตกลงนัดกัน ปฎิบัติการตามหาเพื่อพิสูจน์ข้อสัญนิษฐานจึงเกิดขึ้น

ผมจะใช้โปรแกรม Web Albums for iPad เป็นหน่วยในการตามหา โหลด apps นี้ได้ที่

http://itunes.apple.com/th/app/web-albums-for-ipad-a-picasa/id364824944?mt=8 

[/url]

หน้าตา Apps เปิดมาเป็นแบบนี้ จะเห็นได้ว่าตอนนี้ผมมี Account ถึง 5 อัน!!!!! ไว้ทำอะไรน่ะหรือ?

ไว้เก็บรูปงาน และรูปส่วนตัวแยกจากกัน ทั้งยังทำหน้าที่บริหารจัดการรูปในพ่อแม่ที่แก่ชรา low tech รูปที่ท่านไปเที่ยวตามที่ต่างๆในรอบสิบปี(ที่ใช้กล้องดิจิตอล) อยู่ในการจัดการของผม โดยท่านมี iPad อยู่ที่บ้าน(ซึ่งอยู่คนละที่กับผม) ก็สามารถดูรูปได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องไปง้อคอมพิวเตอร์ที่เป็นเสมือนของแสลงสำหรับผู้สูงวัย

ตอนนี้เราจะเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไป Account fdktrip@gmail.com ไว้สำหรับเก็บรูปชาวทัวร์ FDK(ย่อมาจาก ฟ้า ดิน คน) โดยเฉพาะ



ไปที่ Setting แล้วเลือก Account ครับ



จะเห็น account เก่าที่เรามีอยู่แล้วห้าอัน จะเพิ่มไปที่ Add Account



Apps นี้สามารถจัดการรูปได้ทั้ง Picasa และ Facebook ครับ แต่ผมแนะนำให้ใช้เฉพาะ picasa ดีกว่าเพราะ Facebook มีโปรแกรมอื่นๆที่เข้าถึงได้ดีกว่า คลิกเลือกสร้างที่ Picasa



ใส่ Username และ Password เข้าไป



เพิ่มมาแล้วครับ จะเห็น album "ไหว้ครู อ.สุ" ที่ผมเพิ่ง up รูปไปในบทความที่แล้ว
เริ่มตามหารูปของคุณสมิท โดยการคลิกที่ "Friends" icon รูปคน เหนือคำว่า Accounts เห็นไหมครับ



เนื่องจากมีหลาย account Apps เลยต้องให้เลือกว่าเพื่อนที่เราตามหาจะให้เป็นเพื่อนใคร ซึ่งในที่นี่้ต้องเป็นเพื่อนกับ fdktrip อยู่แล้ว เมื่อคลิกเลือก โปรแกรมจะให้ใส่ Email ของเพื่อน ไม่จำเป็นต้องรู้ password ครับ



เจอแล้ว ชื่อคุณสมิทมาอยู่ใน list เพื่อนของ fdktrip แล้ว




Yes sss! Laughing Very Happy สำเร็จ ในที่สุดก็หาเจอแล้ว รูปร้อยกว่ารูปที่คุณสมิท up ขึ้น Account ตัวเองมาอยู่ในมือผมแล้ว

Apps Web Albums for iPad ยังไม่จบครับ โปรดติดตามตอนต่อไป 

Picasa จุดนัดพบของรูปคณะทัวร์ และการ Up รูปที่ละหลายๆรูปขึ้น Picasa

Picasa จุดนัดพบของรูปคณะทัวร์ และการ Up รูปที่ละหลายๆรูปขึ้น Picasa 

ก่อนที่จะเข้าเรื่องApp Picasa สำหรับ ipad ขออนุญาตเล่าเรื่องการ upload รูปที่ละหลายๆรูปขึ้น picasa จากคอมพิวเตอร์กันก่อน

ปลายเดือนพฤษภาคม 54 ก่อนที่จะจากกันหลังจากการไปทัวร์กับ อ.สุ ที่ปักกิ่ง ผมก็นัดหมายกับคุณสมิท ผู้ที่ถ่ายภาพได้สวยมาก ในขณะที่ผมเป็นประเภทถ่ายเยอะเข้าว่า ทำนองเก็บเรื่องราวมากกว่าจะเน้นความงาม ว่าเราจะ up รูปที่ท่องเที่ยวคราวนี้ไปเก็บไว้ที่ Picasa โดยผม up รูปขึ้นก่อนเป็นต้นแบบแล้วเมลล์ส่ง username และ password ให้คุณสมิทเพื่อจะได้ up รูปอยู่ใน album เดียวกัน เหล่าคณะทัวร์คนอื่นๆเขาจะได้เข้ามาดูและ Download รูปไปในที่เดียว ไม่ต้องเข้าหลายๆที่


รอแล้ว รอเล่า คุณสมิทก็ไม่มายังจุดนัดพบเสียที Rolling Eyes Rolling Eyes Rolling Eyes

พอเจอคุณสมิทในงาน Meeting ลูกศิษย์ อ.สุ เมื่อวานนี้ ผมก็ปรี่ถามทันที

"อ้าว ผม up รูปแล้วนะ ผมยังเปิดดูอยู่เลย" คุณสมิทท้วง

ผมเลยเปิด iPad Web Album App ออกมาให้คุณสมิทดู

"นี่ไง ใน album Beijing Trip มีรูปอยู่ 700 รูป ซึ่งผมเป็นคน up ยังไม่มีรูปใหม่มาเพิ่มเลย"

สรุปคุณสมิทอาจ up ขึ้น User Account ของตัวเอง เพราะ Google นี่ฉลาดหลายครั้งมันจะเข้า Log in ชื่อที่เราใช้งานเป็นประจำโดยอัตโนมัติ แต่ trip นี้เราสร้างบัญชี picasa ใหม่สำหรับไว้ up รูปเวลาไปทัวร์กับ อ.สุ โดยเฉพาะ

"เอางี้แล้วกันครับ อย่าไป up ผ่าน Web ให้ไป download program Picasa Web Albums Uploader มาใช้"

สำหรับคุณสมิทผู้ใช้ Mac ไปที่นี่

http://picasa-web-albums.en.softonic.com/mac

ส่วนท่านอื่นๆที่ใช้ Window ไปที่นี่ครับ

http://ivanz.com/projects/picasauploader/

เนื่องจากผมเป็นพวกสาวก Mac ขออนุญาต preview ในส่วนของ mac ส่วนของ window จะมีวิธีคล้ายๆกันครับ เพียงแค่จับ Concept ได้ ก็ใช้ได้แล้วครับ



เริ่มจากการใส่ Google Account ซึ่งสำหรับชาวคณะทัวร์อ.สุ ผมตั้งไว้ในชื่อ fdktrip@gmail.com Password xxxxxxxx ครับ



ดูตามหมายเลขเลยครับ

1. คือตั้ง album ใหม่หรือจะ up รูปเพิ่มเข้า album เดิมก็กดเลือก Existing Album ซึ่งครั้งนี้ผมจะทดลอง up รูปงานวันไหว้ครูเมื่อปีที่แล้ว ใน album ใหม่ ตามชื่อหมายเลข 2

หมายเลข 3 ให้กดเลือกว่าเราจะให้ใครๆก็มาดูได้ก็ public album ส่วนอีกปุ่มหนึ่งคือ unlisted Album นี่คนนอกจะไม่เห็นครับ จะเห็นเฉพาะคนที่เราเชิญเขามาดูเท่านั้น แต่ยังไม่ถึงขั้น Lock album นะครับ การ Lock คือใครก็ดูไม่ได้ครับต้องมี password สถานเดียว อันนั้นเราไปตั้งทีหลังใน web หลังจากเรา up รูปขึ้นไปได้

หมายเลข 4 คือเลือกขนาด file ที่จะ upload ครับในที่นี้ผมเลือก 1000 pixels แต่ละเลือก up แบบต้นฉบับเลยก็ได้ครับ แต่ account จะเต็มเร็ว และเวลาดูผ่าน iPad ใช้ net นอกบ้าน จะช้าครับ

หมายเลข 5 เราก็ลากรูปมาวางไว้ที่นี่เลย



รูปสองร้อยกว่ารูปมาแล้วครับตามหมายเลข 6

หมายเลข 7 จะเห็นได้ว่าเราปรับขนาดภาพที่จะ upload ได้ 3 ขนาด ซึ่งโปรแกรม picasa uploader ของ window จะปรับขนาดได้มากกว่า

กดปุ่ม upload ตามเลข 8 ได้เลย



สองร้อยกว่าภาพใช้เวลาประมาณ 15 นาที



เสร็จแล้วโปรแกรมจะถามว่า จะดูภาพไหม



เมื่อกดดูภาพ ก็จะเข้า Web Picasa จะเห็นว่ารูปมาแล้ว

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Journey to the toilet in China 3 ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน 3

Journey to the toilet in China 3
ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน 3

เรื่องนี้เขียนขึ้นเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่จะไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีน จะได้ใช้ประกอบการตัดสินใจ. ภาพและเนื้อหาบางอย่างเป็นเรื่องไม่น่าอภิรมย์ ผู้ที่ขวัญอ่อน อ่อนไหวในเรื่องนี้โปรดพิจารณาก่อนอ่านชม ภาพบางภาพอาจมีการปรับแต่งลดสีเพื่อความเหมาะสม
 

นึกไม่ถึงว่าชีวิตของคุณยายของผมมีอะไรบางอย่างคล้ายกับหนังเรื่อง The Joy Luck Club ที่ผมเคยดูแล้วร้องไห้เมื่อสิบกว่าปีก่อน คุณยายมีเหตุจำเป็นต้องทิ้งลูกและไม่มีโอกาสกลับเมืองจีนบ้านเกิด ต้องฝากความรักและความหวังให้ลูกสาวกลับไปเยี่ยมแทน แบบเดียวกับในหนังเลย

"โห....นี่ขนาดยุคปัจจุบันยังนั่งรถมานานขนาดนี้ สมัยแปดสิบปีก่อนนี่ไม่มีรถต้องถือว่า หวั่วม่านี่แต่งงานไกลบ้านจริงๆ"

ผมเริ่มบ่นขณะนั่งรถรับจ้างเดินทางไปยังหมู่บ้าน โผวเล้งเจี่ยเจี้ยว ซึ่งหวั่วม่า(คุณยาย)แต่งงานมาอยู่กับสามีที่นี่ สามีคนแรกซึ่งเป็นพ่อของตั่วกู๋(ลุง/พี่ชายคนโตของแม่) หลังแต่งงานหวั่วม่าก็มีลูกชายสามคน บ้านยากจนมาก วันนั้นตรงกับเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง หวั่วม่าทำบ๊ะจ่างแต่เป็นข้าวเหนียวเปล่าๆไม่มีไส้ เพราะยากจน ไม่อุดมไส้แบบบ้านเรายุคปัจจุบันที่ใส่สารพัดจนบ๊ะจ่างแทบแตก วันนั้นพ่อของตั่วกู๋เหนื่อยผสมกับความหิวจัดจาการทำงานบนเขา กลับมาถึงบ้านก็รีบกินบ๊ะจ่างอัดเข้าท้อง ไม่นานก็อึดอัด และเสียชีวิต

ผู้หญิงคนเดียวต้องขึ้นเขาไปรับจ้างแบกเกลือเลี้ยงลูก กระนั้นก็แร้นแค้นมาก ลูกๆไม่มีข้าวจะกิน ในที่สุดหวั่วม่าก็ตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต หอบลูกชายคนโต(ตั่วกู๋) อายุ 6 ขวบ และลูกชายคนรอง 4 ขวบ ไปประเทศไทย ส่วนลูกชายคนเล็กนั้นเด็กมากเอาไปฝากที่บ้านน้องสามีและน้องสะใภ้ที่เมืองจีนเลี้ยง

อาหวั่วม่าไม่รู้เลยว่า การจากลูกคนเล็กครั้งนั้นจะเป็นการจากลาชั่วชีวิต ! และยิ่งไม่รู้เลยว่าจะเป็นการจากลาบ้านเกิดอย่างที่ไม่มีวันได้หวนกลับ



การตามรอยไปบ้านหวั่วม่าหลังแต่งงาน ก็ไม่ต่างกับบ้านเกิด ต้องเดินสถานเดียว รถเข้าไม่ถึง



ยิ่งเดินยิ่งแคบ



มาถึงแล้ว "อะไรกัน? อย่างกับห้องแถว!"

ที่เห็นมีสองประตูน่ะ อยู่กันสองครอบครัว ประตูด้านขวาหวั่วม่าอยู่กับสามี(พ่อตั่วกู๋) ส่วนด้านซ้ายเป็นน้องสามีกับน้องสะใภ้ เอ.....เรียกถูกหรือเปล่า ภรรยาของน้องสามี



ประตูไม้เก่าๆถูกใส่กลอน เลยถ่ายรูปลอดรูไม้แตก แลเห็นเป็นห้องแคบ มีชั้นสองเป็นพื้นไม้เก่าๆ ดูดูแล้ว น่าจะยากจนกว่าบ้านเกิดหวั่วม่าเสียอีก และแน่นอน ไม่มีห้องน้ำ!

บ้านหลังนี้เองที่เป็นบ้านเกิดของตั่วกู๋ แม้ตั่วกู๋จากมาตั้งแต่หกขวบ ปัจจุบันอายุเจ็ดสิบกว่าแล้วแต่ก็ยังจำบ่อน้ำนี้ได้



บ่อน้ำนี้เป็นตาน้ำ ระดับน้ำในบ่อจะสูงกว่าระดับน้ำในคลองเสมอ ตอนเด็กๆตั่วกู๋วิ่งเล่นกับน้อง บ้านยากจนไม่มีอะไรจะกิน ก็กินน้ำในบ่อ กับ ใช่โป๊วที่หวั่วม่าทิ้งไว้ให้ลูกกิน ก่อนออกไปรับจ้างแบกเกลือบนภูเขา ปัจจุบันนี้ตั่วกู๋จะขยาดใช่โป๊วมาก เพราะเอียนฝังใจมาตั้งแต่เด็ก

..............."แล้วน้องคนเล็ก ที่หวั่วม่าฝากน้องสามีเลี้ยงล่ะอยู่ไหน?"

หวั่วม่าเสียชีวิตก่อนที่ผมจะเกิด ผมจึงไม่มีโอกาสเห็นหน้า พูดคุย สัมผัสนิสัยใจคอ แต่การกลับมาตามรอยในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ที่เมืองจีนนั้นทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึก จิตวิญญาณ ความปวดร้าวที่ต้องจากบ้านเกิดและลาจากลูกที่ยังเล็ก ในหนังเรื่อง The Joyluck Club ที่ว่าเศร้าแล้ว แต่ของหวั่วม่านั้นเศร้ากว่า เพราะในหนังตอนท้ายพบว่าลูกที่ทิ้งไว้ริมถนน....ไม่ตาย แต่หวั่วม่าทิ้งลูกไว้กับญาติสนิท ลูกกลับตาย มีคนจากเมืองจีนมาเล่าให้หวั่วม่าฟังว่า เด็กร้องคิดถึงแม่ตลอดเวลา ร้องไห้จนป่วย ไม่มีใครพาไปหาหมอ ปล่อยให้ตาย

น้องสะใภ้ไม่แจ้งข่าวเลย หวั่วม่าก็ส่งเงินกลับเมืองจีนให้ตลอด โดยไม่รู้ว่าลูกตายแล้ว

ตอนจบของหนัง The Joyluck Club ก็คล้ายๆกัน แต่ของหวั่วม่าก็เศร้ากว่าอีกตรงที่ หวั่วม่ายากจนกว่าและพยายามเก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดซักครั้ง พอเก็บเงินได้ก็มาล้มป่วย ก่อนตายได้ฝากความหวังไว้ที่ลูกสาว ในที่สุดอาม้าแม้จะเกิดที่เมืองไทยแต่กลับมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดของแม่ให้ได้



ภาพชนบทของ โผ้วเล้ง ที่น่าจะแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากตอนที่หวั่วม่าจากมา


เพื่อไม่ให้เศร้าเกินไป และตอนนี้ไม่มีภาพห้องน้ำให้ดู เลยขออนุญาตโพส Link Youtube รวบรวมห้องน้ำน่าสยองจากเมืองจีน ที่เพื่อนตัวแสบอุตส่าห์หามาให้ ภาพและเสียงค่อนข้างทารุณ พิจารณาก่อนชมด้วยครับ











บทความตอนที่แล้ว


Ek Feng Shui: Journey to the toilet in China 2 ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน 2


Ek Feng Shui: Journey to the toilet in China part 1ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน ตอนที่ 1





วันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Tripartite never dies 1......สามเส้าไร้พ่ายตอนที่ 1 ไตรภาคีน้ำ

    สามเส้าไร้พ่าย ตอนที่1 ไตรภาคีน้ำ

หลังจากบ่นเรื่องไม่มีทีมงานที่ถูกใจมานานนับสิบปี สู้รอคอยให้ลูกโต ลูกห้าคนแต่ละคนก็มีแววเก่งๆกันไปคนละแบบ  ผ่านไปหลายปีก็เริ่มแห้วทีละคน เพราะเมื่อลูกแต่งงานต่างก็แยกตัวไปทำกิจการของตนเอง และความหวังสุดท้ายก็มีอันแตกสลาย เมื่อลูกสาวคนสุดท้องและสามี ก็กำลังจะสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ยอมมาช่วยกิจการครอบครัวอีก ในที่สุดคุณพ่อก็สุดทน ลุกขึ้นมาแก้ไขเปลี่ยนแปลงหวังจะปรับปรุงบ้านแก้ฮวงจุ้ย แต่ยิ่งแก้ยิ่งผิด จนผมต้องกลับมาช่วยปรับแก้ไปบางจุด แก้ทั้งฟ้า ทั้งดิน และในที่สุดก็รู้ว่าทำไมคุณพ่อผมต้องเหนื่อยคนเดียว เพราะแม้มีลูกหลายคน ทั้งมีลูกเขย สะไภ้และลูกน้อง แต่ไม่มีใครที่เป็นปีนักษัตร “ไตรภาคี” กับคุณพ่อของผมเลย 
หลายคนคงเคยได้ยินปีนักษัตรที่ “ฮะ(คู่รัก)” กัน และปีนักษัตรที่ “ชง(คู่อริ)” กัน แต่ถ้าเป็นเรื่องของการทำงาน ให้เป็นทีมงานที่ช่วยกัน เข้าขากัน ก็ต้อง ปีไตรภาคี เช่น ปีชวด มะโรง วอก ร่วมงานกันเป็นสามเส้าก็จะชนะศัตรูได้ ดังคำภาษิตที่ว่า คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ถ้าสามคนนี่ยิ่งสบาย  ไตรภาคีนี้แบ่งเป็นทีมได้ทั้งหมด 4 ทีม ทีมละ 3 ปีนักษัตร เริ่มจาก



ทีมไตรภาคีน้ำ
ทีมแรก ไตรภาคีน้ำ ประกอบด้วย หนู มังกร ลิง ที่เรียกว่าไตรภาคีน้ำ เพราะเมื่อสามปีนี้รวมตัวกันแล้วได้ ธาตุน้ำ และมีทิศเหนือเป็นทิศมงคลประจำกลุ่ม
ชวด (หนู) รวดเร็ว ใจง่าย
คล่องแคล่ว มีไหวพริบ ใจดี ไม่อยู่นิ่ง ชอบเที่ยว ชอบเดินทาง  ทิศประจำปีหนูคือทิศเหนือ  และธาตุประจำปีคือ ธาตุน้ำ คู่มิตรคือ ฉลู(วัว) คู่ศัตรูคือ มะเมีย(ม้า) พระธาตุประจำปีคือพระธาตุจอมทอง เชียงใหม่ ถ้าจัดทีมได้ครบตามไตรภาคี  ให้คนปีหนูอยู่ทางมุมทิศเหนือ และตกแต่งด้วยธาตุน้ำ ได้แก่ สีน้ำเงิน ฟ้า ดำ เทา รูปทรงโค้งคลื่น หรือรูปทรงหกเหลี่ยมก็ได้ 
มะโรง(มังกร) มีเสน่ห์ มีความคิดสร้างสรรค์ 
มีพลังกระตือรือร้น ชอบต่อสู้ มีบริวารมาก ตกใจง่าย ชอบอยู่ใกล้น้ำ  มะโรงให้นั่งอยู่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้  ธาตุประจำปีคือ ธาตุไฟ เป็นมิตรกับระกา คู่อริกับจอ พระพุทธสิหิงค์ เชียงใหม่เป็นพระประจำปี  การตกแต่งที่นั่งทำงาน ให้ตกแต่งด้วยโคมไฟ สีร้อน รูปทรงสามเหลี่ยมหรือทรงแหลม อันเป็นทรงของธาตุไฟ ในกรณีที่หาทีมครบไตรภาคี การตกแต่งให้เติมธาตุ ไม้ และน้ำ ซึ่งเป็นธาตุประจำทีมเข้าไปด้วย
วอก (ลิง) ซุกซน รักสนุก
ฉลาด ร่าเริง ชอบสนุก ชอบแสงสี ต่อสู้เมื่อถูกรังแก มนุษยสัมพันธ์ดี ชอบย้ายที่อยู่  ทิศประจำคือมุมตะวันตกเฉียงใต้ ธาตุทอง คู่มิตรกับงู ศัตรูกับเสือ พระธาตุประจำคือพระธาตุพนม นครพนม  การตกแต่งควรใช้สีขาว สีแวววาว โลหะ หรือรูปทรงกลมอันเป็นทรงธาตุทอง ถ้านั่งตามไตรภาคี เติมธาตุน้ำผสมกับธาตุทองด้วย จะทรงพลังยิ่งขึ้น 



วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จุดอ่อนของ PhotoBucket กับ resize หลายๆรูปบน iPad

จุดอ่อนของ PhotoBucket กับ resize หลายๆรูปบน iPad 

ผมอยากสลัดรักทิ้งเวปฝากรูป photo bucket ไปตั้งหลายครั้งแล้วเพราะมี app.ใน iPad ที่เข้าถึงได้เพียง app เดียวก็คือ photo bucket for iPad และ app นี้ก็ด้อยการพัฒนามากๆ ไม่ support multitask เวลา copy IMG Code ไปแปะใน web board แล้วย้อนกลับไปจะ copy รูปต่อไป ต้องมาเริ่มเข้า album ใหม่ มันไม่คาไว้ที่ album เดิม และสิ่งที่น่าเบื่อก็คือ เลือกขนาดรูปในการ upload ไม่ได้ ต้องไป resize ใน app อื่นๆก่อน

ในขณะที่ web ฝากรูปอื่นๆอย่าง Picasa, FLickr,Facebook มี app เข้าถึงเพียบ ทั้งฟรี หรือเสียตัง เลือกกันละลานตา เปรียบเสมือนการไปถึงเราจะนั่งรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน ไปก็ได้เลือกเอาเอง แต่ photo bucket มีให้เลือกแค่นั่งรถเมล์เก่าๆอย่างเดียว

แต่สิ่งที่ยังเหนี่ยวผมไม่ให้ไปนั้นมีสองประการ ประการแรกคือ ความง่ายในการ copy IMG Code ไปแปะที่กระทู้ ซ้ำรูปเหล่านั้นยังอยู่คงทน (เคยลองกับ FLickr แล้ว วันดีคืนดีย้อนกลับไปดูกระทู้ อ้าวรูปหาย!) สามารถคลิก copy ทั้งรูปและข้อความไปวางบน blogger ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลามา up รูปใน blog ใหม่ ดังภาพที่ผม copy ข้อความและภาพในกระทู้นี้ ไปวางแปะใน Blog ส่วนตัวของผมรูปและตัวอักษรก็มาเลย


ประการที่สองคือ photo bucket เขาจัดหนัก ให้พื้นที่ผมฝากรูปแบบ unlimited ! เจอสินบนข้อนี้เข้าไป อุดปากอยู่เลย

"ก็ได้ครับพี่ ประเดี๋ยวผมจะหา app resize เก่งๆมา resize รูปเองครับ ไม่ต้องลำบากพี่ bucket หรอก"


App นั้นก็คือ iResize 

http://itunes.apple.com/th/app/iresize/id371327328?mt=8 

ราคาก็ไม่แพงมาก 0.99 $



จะตั้งขนาดแล้ว resize ทีละรูปก็ได้ หรือตั้งค่าขนาดที่ต้องการแล้วกด resize หลายๆรูปต่อเนื่องไปเลย ในภาพผมจะตั้งค่าไว้ที่ 640x480 ซึ่งผมคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นขนาดที่เหมาะสมในการมาแปะรูปบน webboard



เสร็จแล้วกด begin quick resize แล้วเลือกรูปที่จะปรับขนาดเลย กดปุ๊ป ภาพจะ save ให้อัตโนมัติ


iResize ยังใช้สามารถใช้ปรับขนาดรูปก่อนการส่ง mail ทาง iPad อีกด้วย เพราะ App Photo iPad ไม่สามารถปรับขนาดรูปได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ผมเจอประจำคือ ไม่ปรับขนาดรูปก่อนส่ง mail บางรูปมีขนาดใหญ่มากหลายรูป หลายครั้งส่งมาจาก computer ที่น่าจะ resize หลายๆรูปได้ง่ายๆ

ส่วนเวปฝากรูปอื่นๆจะกล่าวในบทต่อๆไปครับ

วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ใช้ iPad แปะรูปบน Webboard ด้วย Photobucket for iPad

บทความนี้เขียนบนกระทู้ รีดเลือดจาก.......iPad ใน Webboard www.satnsun.com 


ใช้ iPad แปะรูปบน Webboard Satnsun ด้วย Photobucket for iPad 

เป็นที่ทราบกันดีว่า Webboard Satnsun และอีกหลาย Webboard ที่มีพื้นที่จำกัด ถ้าปล่อยให้ up รูปขึ้น Web โดยตรง ไม่นานบ่อ เอ๊ย พื้นที่ Hosting ที่เช่าไว้คงเต็มอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ต้องสูบลบกระทู้ต่างๆออกอย่างไว เหมือนอย่าง Webboard ชื่อดังอย่าง Pantip แต่ก็คงขาดเสน่ห์ ขาดการขุดกระทู้เก่าๆมาอ่าน

เมื่อ up รูปเก็บไว้ใน Webboard โดยตรงไม่ได้ ทางรอดก็คือต้องทำตัวประดุจนกกาเหว่าฝากรูปให้ นกกา Webอื่นๆเลี้ยงให้ แล้วเราก็ copy IMG Code มาวางไว้ที่ Web ของเราแทน

Web ฝากรูปที่ผมใช้ประจำคือ Picasa ,Facebook,Flickr และ Photobucket แต่ web ที่เป็นอีกาเลี้ยงรูปให้เราแล้วเอา code มาแปะได้ดีที่สุดก็คือ Photobucket

สำหรับผู้ใช้ iPad นั้นก็รู้ๆกันอยู่ว่า เราไม่สามารถ up รูป จาก Web brower ได้โดยตรงแบบคอมเขาทำกัน จะทำอะไรก็ต้องผ่าน App ทั้งสิ้น จึงอย่าได้แปลกใจที่ App ใน iPad iPhone นั้นมีเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน ผุดขึ้นทุกวันประหนึ่งดอกเห็ด

เริ่มจากโหลด app photobucket for iPad มาก่อน ซึ่ง ฟรี ครับ

http://itunes.apple.com/th/app/photobucket-for-ipad/id364019193?mt=8



พอเปิดโปรแกรมออกมาก็หน้าตาประมาณนี้ Log in เข้า Album ของเราเลยครับ



อันนี้เป็น Album ของผมครับ คลิกเลือก Sub Album ของเราที่ต้องการ up รูปไปใส่



คลิกเลือกรูปในเครื่องของเรา เลือก up ได้ที่ละหลายรูป ค่อนข้างเร็วและสะดวกครับ



เสร็จแล้วก็เลือกรูปที่เราจะมาแปะไว้ใน Web Satnsun คลิก icon รูปโซ่นั่นแหละครับ จะมี code ให้ copy หลายอย่างเลย ในที่นี่เราจะใช้ IMG Code คลิกเลยมันจะ copy ให้อัตโนมัติ



เปิด web satnsun แล้วกด วาง code เลย



มาแล้ว

ลองกด preview ดุจะพบว่ารูปมาแล้ว

 





เรื่อง photobucket นี่ยังไม่จบเชิญติดตามต่อที่


http://ekfengshui.blogspot.com/search/label/iPad%20Photo


iPad กับการจัดการภาพ All about photo manage.

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Journey to the toilet in China 2 ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน 2

Journey to the toilet in China 2
ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน 2
 

เรื่องนี้เขียนขึ้นเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่จะไปเยี่ยมญาติที่เมืองจีน จะได้ใช้ประกอบการตัดสินใจ. ภาพและเนื้อหาบางอย่างเป็นเรื่องไม่น่าอภิรมย์ ผู้ที่ขวัญอ่อน อ่อนไหวในเรื่องนี้โปรดพิจารณาก่อนอ่านชม ภาพบางภาพอาจมีการปรับแต่งลดสีเพื่อความเหมาะสม 


ความเดิมตอนที่แล้ว 


Ek Feng Shui: Journey to the toilet in China part 1ท่องไปตามห้องส้วมเมืองจีน ตอนที่ 1


ผมได้รบเร้าให้อาเหล่ากู๋ พาไปบ้านเก่าแก่ที่อาหวั่วม่าอยู่อาศัยก่อนจะอพยพมาเมืองไทย หลังจากดื่มด่ำกับบ้านเก่าๆและจินตนาการถึงวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ เห็นห้องครัวที่ลูกหลานในยุคปัจจุบันของชนบทจีนก็ยังใช้เตาทรงคล้ายๆแบบนี้อยู่ พื้นไม้ชั้นบนเป็นห้องนอนเก่ามาก แต่ก็ยังไม่พัง เหลียวซ้ายแลขวา 
“เอ๊ะ ห้องน้ำอยู่ไหน”



อาเหล่ากู๋ พาไปบ้านเก่าแก่ที่อาหวั่วม่าอยู่อาศัยก่อนจะอพยพมาเมืองไทย แกก็พาผม โซ้ยกู๋(น้าที่เกิดในไทย) และอาตุ่น(หลานเกิดในไทย) เดินไปตามตรอก ซึ่งชนบทของจีนกับของไทยนี่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บ้านแต่ละหลังอยู่กันอย่างหนาแน่นเหมือนกับตึกแถวรุ่นเก่าในกรุงเทพ คั่นกันด้วยตรอกแคบๆ รถยนต์หมดสิทธิเข้าถึงต้องเดินอย่างเดียว ซึ่งอาเหล่ากู๋แม้จะแก่ร่วมแปดสิบ ซ้ำยังเดินเท้าเปล่า แต่ก็เดินไวชะมัดยาด จนต้องหยุดรอหลานทั้งสามเป็นระยะ



ยุคนี้ยังตากฟืนไว้หน้าบ้าน ผมว่าชนบทไทยน่าจะหายากแล้วที่ยังใช้ฟืนแบบนี้ อาแจ้คนนี้จ้องมองอย่างสงสัยคงไม่ค่อยเคยเห็นคนต่างถิ่นที่แต่งตัวแปลกๆ ซำ้ยังถือกล้องกันพะรุงพะรัง ขนาดวันนี้บ้านอาเหล่ากู๋จัดงานใหญ่ขึ้นบ้านใหม่แท้ๆ ไม่เห็นมีใครถือกล้องถ่ายรูปกันซักคน



อย่าว่าแต่คนเลย ควายมันยังจ้องไม่วางตาเลย วันนี้อาโซ้ยกู๋ดันใส่เสื้อแดงแป๊ดมาซะด้วย เลยเดินไปหวาดไป

ไม่นานก็มาถึงบ้านอาหวั่วม่า ซึ่งรูปทรงและ Space ก็คล้ายๆกับบ้านรุ่นใหม่ที่ลูกอาเหล่ากู่เพิ่งสร้างเสร็จและกำลังขึ้นบ้านใหม่ คนที่นี่เขาอนุรักษ์วิถีชีวิตกันดีจริง ขนาดบ้านเก่าร่วมร้อยปีก็ยังอยู่ เพียงแต่ทรงโทรมไปตามกาลเวลาเท่านั้น ถ้าเป็นเมืองไทยน่ะรึ ป่านนี้ลูกหลานจับแปรสภาพไปนานแล้ว



สอบถามเรื่องอายุบ้านก็ได้ความว่า ทั้งอาหวั่วม่า และพี่น้องทั้งหมดล้วนเกิดและอยู่ที่บ้านหลังนี้ ลองคำนวณดูถ้าหวั่วม่ายังมีชีวิตอยู่ก็อายุร้อยกว่าปีแล้ว บ้านหลังนี้อายุต่ำๆก็ต้องร้อยกว่าปี



ครกกระเดื่องที่ใช้ตำข้าวยังอยู่ ทำให้เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นแห่งอดีต



เห็นห้องครัวที่ลูกหลานในยุคปัจจุบันของชนบทจีนก็ยังใช้เตาทรงคล้ายๆแบบนี้อยู่ พื้นไม้ชั้นบนเป็นห้องนอนเก่ามาก แต่ก็ยังไม่พัง เหลียวซ้ายแลขวา “เอ๊ะ ห้องน้ำอยู่ไหน”
“อะไรกัน ! ไม่มีห้องน้ำ”
เรื่องข้อสงสัยว่าไม่มีห้องน้ำแล้วเขาไปเข้าส้วมที่ไหน อย่างไร เดี๋ยวให้อาม้ามาเฉลยให้ฟังในโอกาสต่อไป
แต่เราก็ไม่เสียเที่ยวเรื่องห้องน้ำซะทีเดียวเพราะตอนเดินกลับอาโซ้ยกู๋แม้จะเกิดที่ไทยแต่ก็เคยมาเยี่ยมญาติหลายรอบแล้วรู้ดีว่าส้วมที่นี่เขาเป็นยังไงเลยอาสาพาไปชี้ให้ดู



บ้านกลุ่มนี้เป็นบ้านยุคกลาง ก็คือไม่เก่าแบบบ้านหวั่วม่า แต่ก็ไม่ใหม่แบบบ้านลูกเหล่ากู๋ นั่นไง หน้าบ้านทุกหลังมีขุดรูและมีแผ่นไม้ปิดอยู่



บ้านหลังนี้เรียบร้อยหน่อยมีแผ่นปิดค่อนข้างมิดชิด



หลังนี้ไม่ไหว ปิดไม่หมด แถมยังวางอุปกรณ์การตักโชว์หราอยู่หน้าบ้าน อาโซ้ยกู๋ชี้ Present ให้ดูแล้วยังหัวเราะชอบใจใหญ่ ถึงตรงนี้ผมก็เข้าใจในทันทีที่เห็นส้วมรุ่นใหม่ของบ้านลูกอาเหล่ากู๋อยู่หน้าบ้าน ทั้งที่ศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีนห้ามไม่ให้ส้วมอยู่หน้าบ้าน เพราะบ้านรุ่นใหม่ก็ยังติดวัฒนธรรมจากบ้านยุคกลางที่จำเป็นต้องให้ส้วมชิดหน้าเวลาถ่าย ของเสียก็จะไหลออกมาที่บ่อหน้าบ้าน พร้อมตักไปรดผักในตอนเช้าได้ทันที.........เฮ้อ..............

จริงๆมีบ้านที่ไม่ปิดฝาเลย ถ่ายภาพมาด้วย แต่อย่าดูเลย